ลิเวอร์พูล v ดอร์ทมุนด์! 11 นักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของ "คล็อปป์"

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 17 มิ.ย. 2565 13:18:29 น. เข้าชม 134 ครั้ง

เจอร์เก้น คล็อปป์ สร้างชื่อเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมในอาชีพกุนซือจากการรับงานกับสามสโมสร ไล่ตั้งแต่ ไมนซ์, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนมาถึง ลิเวอร์พูล ในปัจจุบัน

    ตลอดระยะเวลาเกินกว่าสองทศวรรษ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันผ่านการร่วมงานกับนักเตะชั้นยอดมาแล้วหลายราย และไม่ง่ายแน่ที่เราจะคัดให้เหลือ 11 พ่อค้าแข้งที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยร่วมงานด้วย

    อย่างไรก็ดี หากจะมองหาทีมที่ดีที่สุดตลอดกาลของ คล็อปป์ ก็จำเป็นต้องแสดงความเสียใจต่อ ไมนซ์ ด้วยที่ไม่ดีพอต่อการส่งตัวแทนสอดแทรกเข้ามาอยู่ในทีมนี้ได้เลยแม้แต่รายเดียว

 

ผู้รักษาประตู : อลิสซง


 

 บอกได้เลยว่ามีนักเตะแค่สามรายเท่านั้นที่รับใช้ คล็อปป์ ด้วยจำนวนเกมที่ยาวนานกว่า โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ ซึ่งเป็นนายด่านตาข่ายมือหนึ่งของเขาตลอดระยะเวลาเจ็ดปีที่เขากุมบังเหียน เสือเหลืองถึงอย่างนั้นก็เถอะ ไม่มีทางเลยที่ตำแหน่งนี้จะหลุดมือ อลิสซง หนึ่งในนายทวารที่ดีที่สุดในโลกซึ่งย้ายจาก โรม่า มาเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญให้กับ หงส์แดง ในปี 2018 และพาทีมคว้าแชมป์ทั้ง แชมเปี้ยนส์ลีก และ พรีเมียร์ลีก

 

แบ็คขวา : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์


 

   นี่คือคนเดียวจาก 11 นักเตะซึ่ง คล็อปป์ มอบโอกาสประเดิมสนามในเกมระดับอาชีพให้กับเขา และถึงวันนี้เด็กปั้นของสโมสรลงบู๊ให้กับเจ้านายคนแรก และคนเดียวของเขาเกินกว่า 200 นัดไปแล้ว

    เท่านั้นไม่พอ ดาวเตะวัย 23 ปียังมีสถิติแอสซิสต์ที่บ้าคลั่ง 62 ประตูจาก 226 เกม เป็นรองแค่ โม ซาลาห์ กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เท่านั้นสำหรับการรับใช้เจ้านายสัญชาติด๊อยทช์

 

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ : เฟอร์จิล ฟาน ไดค์


 

 ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า ลิเวอร์พูล ยังไม่แพ้เกม พรีเมียร์ลีก ที่สนาม แอนฟิลด์ เลยหากมีสตาร์ดัตช์ลงเล่นในแผงหลัง

    นับเฉพาะสามซีซั่นที่เขาฟิตสมบูรณ์ และลงเล่นอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หงส์แดง เก็บแต้มได้เฉลี่ยต่อหนึ่งซีซั่นสูงถึง 96 แต้มโดยแพ้แค่ 6 นัดเท่านั้น

    ผิดกับซีซั่น 2020/21 ที่เขาบาดเจ็บซึ่งปรากฏว่า เร้ด แมชีน เก็บได้แค่ 69 แต้ม และแพ้มากถึง 9 นัดด้วยกัน

 

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ : มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์


 

  ตอนที่ คล็อปป์ เซ็นสัญญาดึงเซ็นเตอร์ฮาล์ฟหนุ่มมาจาก บาเยิร์น มิวนิค เขายังไม่อาจพิสูจน์ตัวเองได้ และถูกส่งให้ เสือใต้ ยืมไปใช้งานทันทีเพื่อหาโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง

    จนในที่สุด ฮุมเมิ่ลส์ ก็สถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในปราการหลังที่ดีที่สุดใน บุนเดสลีกา และลงเล่นให้ ดอร์ทมุนด์ เกือบครบทุกนัดในการคว้าแชมป์ลีกสองปีซ้อน 2011-2012 พร้อมทั้งได้เข้าชิงชนะเลิศถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2013 ก่อนจะได้ แชมป์โลก กับ เยอรมัน ตลอดจนได้แชมป์ บุนเดสลีกา สามปีซ้อนกับ เสือใต้

 

แบ็คซ้าย : แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน


 

   มาร์เซล ชเมลเซอร์ อาจรับใช้ คล็อปป์ ได้อย่างยอดเยี่ยมจากผลงานกระทุ้ง หรือแอสซิสต์ได้ในทุกๆสิบนัด แต่ โรเบิร์ตสัน เหนือชั้นกว่านั้นจากสถิติยิงประตู หรือแอสซิสต์ได้ทุกๆ 3.7 นัดจากผลงาน 8 ประตู และ 52 แอสซิสต์จากการลงสนาม 224 นัด

    ฉะนั้นแล้ว มันจึงน่าทึ่งอย่างแรงที่นักเตะโนเนมซึ่งย้ายมาจาก ฮัลล์ ซิตี้ ทีมที่ตกชั้นเมื่อปี 2017 จะพิสูจน์ตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้

 

กองกลางตัวรับ : ฟาบินโญ่


 

    เทียบกับนักเตะรายอื่นๆ กองกลางแซมบ้าอาจลงเล่นให้กับ คล็อปป์ ไม่มากเท่า แต่เขาเฝ้าอดทนรอเวลาของตัวเองอย่างใจเย็น

    จนมาวันนี้ ฟาบินโญ่ กลายเป็นนักเตะคนสำคัญที่เจ้านายต้องพึ่งพาอาศัยไปแล้วเพราะพูดได้เลยว่าหาก ลิเวอร์พูล ต้องการเป็นผู้ชนะ คุณก็ต้องทำให้แน่ใจว่าจะได้เห็น ฟาบินโญ่ มีชื่ออยู่ในโผ 11 คนแรก

 

กองกลางตัวรับ : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน


 

    กับการมี เฮนโด้ เป็นกัปตัน และมี คล็อปป์ เป็นผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล กวาดแชมป์รายการสำคัญมาครองได้เรียบวุธแล้ว

    "ทุกคนมั่นใจว่า เฮนโด้ เป็นกัปตันที่ถูกต้องสำหรับผม ผมได้เรียนรู้จากเขาทุกวัน หลังจากได้ร่วมงานกับเขา 6 ปี เขาคือตัวเลือกที่เพอร์เฟ็ค" คล็อปป์ เอ่ยกับสื่อเมื่อเดือนพ.ย.

    "เขาเป็นแบบอย่างของนักเตะ และเป็นผู้นำที่สมบูรณ์แบบ มิลลี่ , เฟอร์จิล , เทรนท์ , ร็อบโบ้ ,อาลี และ โม มีความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ เรามีกลุ่มนักเตะชั้นยอด"

 

ปีกขวา : โมฮาเหม็ด ซาลาห์


 

ผลงาน 156 ประตู และ 67 แอสซิสต์จาก 254 เกมหมายความว่า ซาลาห์ สอยตาข่ายให้ คล็อปป์ ได้มากกว่านักเตะคนอื่นๆ 36 ประตู และมีแค่ ฟีร์มิโน่ คนเดียวที่แอสซิสต์ได้มากกว่าดาวดังชาวมัมมี่

    จึงไม่แปลกอะไรที่ในสายตาของ เดอะ ค็อป ซาลาห์ จะได้รับการขนานนามว่า "คิงโม" สำพวกเขา

 

มิดฟิลด์ตัวรุก : มาร์โก รอยส์


 

    เป็นนักเตะคนเดียวในลิสต์นี้ที่ไม่เคยได้ชูโทรฟี่ภายใต้การร่วมงานกับ คล็อปป์ แต่เข้าทำเนียบนี้ได้ก็ด้วยความสามารถล้วนๆนับตั้งแต่วันแรกที่เขาย้ายสู่ทีม ดอร์ทมุนด์

    สร้างชื่อกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ได้อย่างยอดเยี่ยม และติดอยู่ในทีมแห่งซีซั่น 2011/12 ของ บุนเดสลีกา จนทำให้ได้ย้ายมาค้าแข้งกับ  เสือเหลือง และลงเล่นให้ คล็อปป์ สามซีซั่นจากการลงบู๊ 121 นัดและยิงได้ 53 ประตูกับอีก 44 แอสซิสต์

 

ปีกซ้าย : ซาดิโอ มาเน่


 

  ประเดิมสนามได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่นัดเปิดซีซั่น 2016/17 ด้วยการซัดลูกปิดท้ายพา ลิเวอร์พูล บุกไปสยบ อาร์เซน่อล ได้แบบหวุดหวิด 4-3 และรับใช้สโมสรได้เป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาหกปี

    นับเป็นการเซ็นสัญญารายแรกๆของเจ้านายชาวเมืองไส้กรอก และกลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญช่วยให้ หงส์แดง หวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่กระทั่งในซัมเมอร์นี้เชื่อว่าดาวเตะ เซเนกัล หวังอำลา แอนฟิลด์ อย่างแน่นอนแล้ว

 

กองหน้า : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้


 

    ไม่อาจปฏิเสธได้ว่านี่คือหนึ่งในกองหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคใหม่ และสร้างชื่อให้โลกรู้จักกับเขานับตั้งแต่ย้ายจาก เลช พอซนัน มาร่วมทีม ดอร์ทมุนด์ ในปี 2010

    กระทุ้งประตูในลีกเมืองเบียร์ให้ คล็อปป์ 30 เม็ดในสองปีแรกของเขากับสโมสรพา เสือเหลือง คว้าแชมป์ บุนเดสลีกา สองสมัยซ้อน รวมทั้งสิ้นกระทุ้งได้ 36 ประตูในทุกรายการโดยเป็นการตะบัน เรอัล มาดริด ได้สี่เม็ดในเกมเดียวด้วย แม้จะได้ตำแหน่งรองแชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ในซีซั่น 2012/13

    "แน่นอนว่า เจอร์เก้น ไม่ใช่พ่อของผม แต่เขาทำตัวไม่ต่างอะไร เขาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังพัฒนาการของผม" ดาวยิงทีมชาติ โปแลนด์ เอ่ยกับ เดลี่ เมล

    "เขามีบารมี และรู้ถึงการสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับทีม ยิ่งไปกว่านั้น เขามีความสามารถในการมองหาสมดุลย์ที่เหมาะสมระหว่างความสนุกกับการเอาจริงเอาจัง เขาเป็นโค้ชที่คุณพร้อมวิ่งลุยไฟให้ได้"